Category Archives: ทีมชาติสเปน

Xavi Hernandez

Xavi Hernandez ห้องเครื่องผู้สร้างตำนานให้ บาร์ซ่า และ สเปน

Xavi Hernandez เป็นชายชาวสเปนที่เกิดที่เมืองเตราสซ่าในแคว้นกาตาลุนญ่าของประเทศสเปน ซึ่งเขาถือว่าเป็นสายเลือด และสาวกของสโมสร บาร์เซโลน่า มาตั้งแต่ต้น เพราะทีมแรกที่เขาเข้าไปอยู่ในระบบเยาวชนก็คือบาร์เซโลน่านั่นเอง โดยเขาเริ่มเข้าสู่ศูนย์ฝึกฟุตบอลลา มาเซียอันเลื่องชื่อในปี 1991 ซึ่งตอนนั้นเขาอายุได้เพียงแค่ 11 ขวบเท่านั้น

หลังจากนั้นเขาก็ต้องเดินตามรอยเหมือนกับนักเตะรุ่นพี่คนอื่นๆ ของสโมสร คือการต้องเล่นให้กับทีมสำรองของบาร์เซโลน่าก่อนถึงจะมีโอกาสได้ก้าวขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ โดยชาบีต้องเล่นให้กับทีมเบอยู่ถึง 3 ปีกว่าที่จะได้ก้าวขึ้นไปอยู่กับทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวในปี 2000 แต่ในระหว่างนั้นเขาก็ได้โอกาสขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่อยู่เป็นระยะ

ซึ่งแค่เพียงฤดูกาลแรกที่เขาก้าวขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 1998-1999 ชาบีก็คว้าแชมป์ลา ลีก้าสเปนมาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จในฤดูกาลนั้น ในยุคที่ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” มีหลุยส์ ฟาน กัล ยอดกุนซือชาวดัตช์คุมทีมอยู่นั่นเอง ซึ่งเขาเป็นคนดันชาบี เอร์นานเดสให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าด้วย 

โดยตอนนั้นชาบีต้องเล่นเป็นกองกลางร่วมกับเป็ป กวาดิโอล่า กองกลางกัปตันทีมที่ซึ่งกลายมาเป็นยอดกุนซือของบาร์เซโลน่า และยอดกุนซือในยุคปัจจุบันนั่นเอง และรวมไปถึงหลุยส์ เอ็นริเก้ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 กองกลางของบาร์เซโลน่าในยุคนั้นด้วย

ในช่วงแรกของอาชีพค้าแข้งนั้นชาบี เอร์นานเดสยังไม่ได้เป็นนักเตะที่โด่งดัง และได้รับการยอมรับอย่างทุกวันนี้ เพราะด้วยสไตล์การเล่นของเขานั้นไม่ได้มีความหวือหวาแต่อย่างใด แต่เขาเป็นนักเตะที่เล่นง่าย จ่ายบอลแม่น ซึ่งในตอนที่เขาก้าวขึ้นมาใหม่ๆ นั้นยังไม่ค่อยมีการเผยแพร่สถิติการส่งบอลในแต่ละนัดเหมือนอย่างทุกวันนี้ ทำให้ชาบีไม่ได้เป็นนักเตะที่โดดเด่นของบาร์เซโลน่านตอนนั้น

แต่เขาเริ่มมาเป็นที่ยอมรับ และโด่งดังเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ บาร์เซโลน่า มี เป็ป กวาดิโอล่า เข้ามาเป็นกุนซือในปี 2008 ซึ่งกุนซือรายนี้สามารถยกระดับ barcelona ห้กลายเป็นยอดทีมในตอนนั้นได้สำเร็จ ซึ่งพวกเขากวาดแชมป์ได้อย่างมากมายในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย แชมป์ลา ลีก้าอีก 3 สมัยจาก 4 ปีที่โจเซ็ป กวาดิโอล่าคุมทีม ซึ่งตอนนั้นกองกลางของบาร์เซโลน่าถือว่าเล่นกันได้อย่างลงตัวที่สุดในปฐพี โดยมี

  • เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เล่นเป็นตัวตัดเกม
  • ชาบี เอร์นานเดส เป็นตัวเชื่อมเกมจากหลังไปหน้า
  • อันเดรส อิเนสต้า เป็นตัวทะลุทะลวงแนวรับคู่แข่ง

ซึ่งทำให้บาร์เซโลน่าไร้เทียมทานเป็นอย่างยิ่งในตอนนั้น เพราะพวกเขาได้เปรียบกองกลางคู่แข่งทุกทีมที่ดวลกันในเวลานั้นด้วย เมื่อยามที่ทั้ง 3 คนลงสนามพร้อมกัน และพวกเขาก็มีตัวสำรองอย่างยาย่า ตูเร่ในตอนนั้นด้วย ที่เล่นทดแทนพวกเขาได้อย่างดีในทุกบทบาท 

Xavi Hernandez
Xavi Hernandez

นอกจากเขาจะพาบาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามแล้ว ชาบี เอร์นานเดส ถือว่าเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ ทีมชาติสเปน ก้าวขึ้นไปครองความยิ่งใหญ่ในระดับชาติในช่วงปี 2008-2012 อีกด้วย เพราะว่าสเปนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในตอนนั้น ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือว่ายูโรได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน คือในศึกยูโร 2008 และยูโร 2012 และนอกจากนั้นสเปนยังกลายเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติได้สำเร็จอีกด้วยในปี 2010 ซึ่งเขาถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมชาติสเปนครองความยิ่งใหญ่ในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเขาเล่นเป็นห้องเครื่องของทีมชาติสเปน เฉกเช่นเดียวกับที่เล่นให้กับบาร์เซโลน่านั่นเอง ก่อนที่เขาจะอำลาทีมชาติสเปนในปี 2014 หลังจากที่ล้มเหลวในศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล ที่พวกเขาต้องตกรอบแรกนทัวร์นาเม้นต์นั้น

ชาบีเล่นอยู่กับบาร์เซโลน่าจนถึงปี 2015 ก็ออกมาหาเงินในตะวันออกกลาง โดยเขาย้ายมาค้าแข้งกับทีมอัล ซาดด์ ทีมในประเทศกาต้าร์ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งเขาเล่นอยู่กับที่นี่ 4 ปีแลยทีเดียว ก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อจบฤดูกาล 2019

เจ้าตัวก็เริ่มต้นอาชีพการเป็นกุนซือกับทีมนี้ทันทีในช่วงกลางปี 2019 ที่ผ่านมากับทีมที่เขาเล่นเป็นทีมสุดท้ายนั่นเอง ซึ่งชาบีได้ไปวิเคราะห์ฟุตบอลไว้ในศึกเอเชี่ยนส์ คัพ 2019 ซึ่งเขาให้ทรรศนะว่าทีมชาติกาต้าร์จะกลายเป็นแชมป์รายการนี้ก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นต์ ซึ่งตอนแรกก็ไม่มีใครเชื่อ และคิดว่าชาบีคงจะอวยประเทศที่เขาทำงานอยู่เท่านั้น แต่สุดท้ายกาต้าร์กลับกลายเป็นแชมป์เอเชี่ยนส์ คัพจริง

ทำให้ชาบี เอร์นานเดสได้รับคำชมเป็นอย่างยิ่งกับการวิจารณ์ และวิเคราะห์ของเขา และการคุมทีมในลีกกาต้าร์ของชาบีก็ทำได้ยอดเยี่ยมด้วย ทำให้เขาถูกมองว่ามีโอกาสที่จะกลับมาคุมทีมบาร์เซโลน่าในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยซ้ำ

Fernando Torres

Fernando Torres ประวัติดาวยิง “เอลนีโญ”

Fernando José Torres Sanz หรือ Fernando Torres เป็นดาวเตะชาวสเปนที่เกิดที่เมืองฟูเอ็นลาบราด้าในกรุงมาดริดของประเทศสเปน ซึ่งเขาเกิดเมื่อปี 1984 ซึ่งเขาเลือกเส้นทางการค้าแข้งอย่างชัดเจนด้วยการเข้าเป็นเด็กเยาวชนของ สโมสรแอตเลติโก มาดริด ทีมรักของเขาในสมัยเป็นวัยเด็ก ซึ่งเริ่มแรกนั้นเขาเล่นเป็นตำแหน่งผู้รักษาประตูเสียด้วยซ้ำ แต่เริ่มเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหน้าหลังจากที่ติดใจตอนได้เล่นในตำแหน่งกองหน้าในเกมฟุตบอลในร่ม

ซึ่งในตอนที่เขา 10 ขวบนั้นเขายังเป็นเด็กเยาวชนของทีมราโย่ แต่หลังจากที่เขาทำได้ถึง 55 ประตู ก็ทำให้เขาเป็น 1 ใน 3 นักเตะของเยาวชนชุดนั้นที่ได้เข้าทดสอบฝีเท้ากับแอตเลติโก มาดริด และสุดท้ายก็ไปถูกใจแมวมองของทีม “ตราหมี” รู้สึกว่านักเตะตัว ทีเด็ด คนนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วจนทำให้เจ้าตัวได้เข้าที่แอตเลติโก มาดริดในปี 1995 ซึ่งเขาก็เข้าสู่ระบบเยาวชนของทีมตั้งแต่นั้นมา และพัฒนาฝีเท้ามาเรื่อยๆ

จนในปี 2001 เขาก็ได้โอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชุใหญ่ของ แอตเลติโก มาดริดในวัย 17 ปี ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่แอตเลติโก มาดริดกำลังตักต่ำเลยทีเดียว เพราะพวกเขายังอยู่ในเซกุนด้าของประเทศสเปน แต่หลังจากที่ตอร์เรสก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับทีมในตอนนั้น เขาก็ช่วยให้แอตเลติโก มาดริดคว้าแชมป์เซกุนด้าในฤดูกาล 2001-2002 และก้าวขึ้นสู่ลา ลีก้าสเปนได้สำเร็จ

เฟร์นานโด ตอร์เรส ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของแอตเลติโก มาดริดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาเป็นดาวซัลโวประจำฤดูกาลของทีมตั้งแต่อยู่ในวัย 18 ปีเท่านั้น และเป็นที่รักของแฟนบอลแอตเลติโก มาดริดเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาเป็นแฟนบอลของทีมมาตั้งแต่ยังเด็กด้วย ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมของแอตเลติโก มาดริดอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น ซึ่งเขาเป็นกองหน้าคนสำคัญของทีมในช่วงที่ทีมยังไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรในตอนนั้น โดยยังเป็นเพียงกลางตารางเท่านั้นในช่วงที่ตอร์เรสค้าแข้งอยู่กับทีมในยุคแรก

ในปี 2007 เขาก็ตัดสินใจย้ายออกไปหาความท้าทายในต่างแดน ซึ่งตอนนั้นตอร์เรสตกเป็นข่าวกับหลายทีม ซึ่งรวมถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษืใหญ่ของพรีเมียร์ลีกด้วย แต่สุดท้ายเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับลิเวอร์พูล ทีมดังอีกทีมในอังกฤษด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ และพวกเขาก็ได้ตัว หลุยส์ การเซีย ตัวรุกชาวสเปนกลับมาเป็นการแลกเปลี่ยนด้วย ซึ่งตอร์เรสแทบไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเลยในศึกพรีเมียร์ลีก

เพราะเพียงปีแรกเท่านั้นก็ทำได้ถึง 24 ประตูในลีก และยังเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2007-2008 ของลิเวอร์พูล และของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ซึ่งเขาเป็นนักเตะดาวเด่นของลิเวอร์พูลตั้งแต่นั้นมา

Fernando Torres
Fernando Torres

ซึ่งในปี 2008 ตอร์เรสถือว่าทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาก จนทำให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นอันดับ 3 ของการคว้ารางวัลบัลลง ดอร์ในปีนั้นด้วย เพราะนอกจากจะทำผลงานได้ดีกับลิเวอร์พูลแล้ว เขายังช่วยให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2008 มาครองได้อีกด้วย

แต่แล้วเฟร์นานโด ตอร์เรส กับลิเวอร์พูลก็ต้องจบลงในช่วงเดือนมกราคม 2011 เมื่อทีม “หงส์แดง” ตัดสินใจขายเขาไปให้กับ เชลซี ทีมคู่ปรับร่วมลีกด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้ลิเวอร์พูลไม่ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว แต่การย้ายไปอยู่ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์นั้นเหมือนกับเป็นการย้ายที่ผิดพลาดของเขาเลยทีเดียว เพราหลังจากที่มาอยู่กับทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ตอร์เรสฟอร์มการเล่นตกลงอย่างรวดเร็ว ซึ่ง 14 นัดในครึ่งฤดูกาลแรกของเขากับเชลซีในพรีเมียร์ลีก ตอร์เรสทำไปได้เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น

ซึ่งตอนที่เขาสวมเสื้อเชลซีจะเห็นได้ว่าความมั่นใจของเขานั้นหายไปอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ลูกหลุดเดี่ยวก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ ซึ่งตลอดเวลาที่เขาเล่นให้กับเชลซีนั้นผลงานของตอร์เรสย่ำแย่เป็นอย่างมาก จนทำให้เขาต้องถูกปล่อยให้กับ เอซี มิลาน และ แอตเลติโก มาดริด ยืมตัวไปใช้งาน จนสุดท้ายเขาได้ย้ายกลับมาเล่นให้กับทีม “ตราหมี” แบบถาวรในปี 2016 ซึ่งเป็นยุคที่ทีมมี ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เป็นกุนซือ และแอตเลติโก มาดริดถือว่าเป็นทีมชั้นนำของลา ลีก้าสเปนแล้วในตอนนั้น

ซึ่งในตอนที่เปิดตัวเฟร์นานโด ตอร์เรสกลับมาค้าแข้งกับทีมอีกครั้ง มีแฟนบอลเข้าไปเฉลิมฉลองในสนามบิเซ็นเต้ กัลป์เดร่อนกันเต็มความจุ 45,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ แม้ว่าตอร์เรสจะต้องรับบทบาทเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ แต่เขาก็มาประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์ยูโรป้า ลีกกับทีมรักทีมนี้

ก่อนที่เขาจะย้ายมาค้าแข้งในเจ ลีกของประเทศญี่ปุ่นกับทีมซากัน โทสุ ซึ่งถือว่าเป็นทีมเล็กในเจ ลีก และผลงานของตอร์เรสก็ไม่ได้ดีนัก และสุดท้ายเขาก็ประกาศแขวนสตั๊ดไปในปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเขาเป็นนักเตะ 1 ในไม่กี่คนของทีมชาติสเปนที่ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ทั้ง 3 รายการใหญ่ ทั้งยูโร 2008 และ 2012 และรวมไปถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 อีกด้วย

Carles Puyol

Carles Puyol ประวัติยอดปราการหลัง ทีมชาติสเปน

Carles Puyol ยอดปราการหลัง ทีมชาติสเปน ของ ทีม บาร์เซโลน่า ถือว่าเป็นตำนานนักเตะคนหนึ่งของทีม “เจ้าบุญทุ่ม” และเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นให้กับสโมสรเดียวตลอดอาชีพการค้าแข้งด้วย ซึ่งมีไม่มากนัก และแถมยังเป็นยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ด้วย ซึ่งแสดงว่านักเตะคนนั้นต้องเล่นอยู่ในระดับสูง และฟอร์มที่ยอดเยี่ยมตลอดการเล่นของเขาด้วย ถึงจะได้อยู่กับทีมใหญ่แบบนี้ไปจนเลิกเล่น

ซึ่งปูโยลก็ถือว่าเป็นกองหลังที่แข็งแกร่ง และยอดเยี่ยมตลอดอาชีพการเล่นของเขา ซึ่งเขาถือว่าเป็นกองหลังลำดับต้นๆ ในยุคของเขาเลยก็ว่าได้ ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่สารพัดประโยชน์ในแนวรับมากด้วย เพราะนอกจากเขาจะเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางเป็นหลักแล้ว ปูโยลยังสามารถไปเล่นเป็นแบ็คขวาได้อีกด้วย และในช่วงยบั้นปลายการค้าแข้งเขาถูกโยกมาเล่นเป็นแบ็คซ้ายในบางโอกาสก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นแบ็คที่เติมเกมรุกได้โดดเด่นเหมือนกับแบ็คของบาร์เซโลน่าคนอื่นๆ แต่เรื่องการเล่นเกมรับ และความทุ่มเทของเขานั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน

ปูโยลเป็นนักเตที่เกิดที่แคว้นกาตาลุนญ่า แคว้นใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศสเปนเมื่อวันที่ 13 เมษายน 1978 และเขาเข้ามาอยู่ในระบบเยาวชนของ บาร์เซโลน่าในตอนที่เขาอายุได้ 16 ปี โดยเขาเข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกฟุตบอลลา มาเซียในตอนนั้น ซึ่งเขาถูกจับไปเล่นเป็นกองกลางตัวรับด้วยในตอนแรก ก่อนที่ต่อมาเขาจะโดนโยกไปเล่นเป็นแบ็คขวาอีก

ซึ่งในช่วงเป็นดาวรุ่งนั้นเขาไม่ได้ค่อยฉายแววเท่าไหร่นัก ซึ่งเริ่มแรกเขาต้องเริ่มเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ในชุดซีตอนวัย 18 ปี ก่อนที่จะไต่เต้ามาเล่นในชุดเบในปีต่อมา จนในปี 1999 เขาก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าจนได้ในวัย 21 ปี ซึ่งอันที่จริงเขาเกือบที่จะได้ย้ายไปร่วมทีมมาลาก้าแล้วด้วยในปี 1998 เพราะตอนนั้น บาร์เซโลน่า ตอบรับข้อเสนอแล้วด้วยซ้ำ

แต่ปูโยลปฏิเสธที่จะย้ายไปร่วมทีม และขอต่อสู้แย่งตำแหน่งตัวจริงในถิ่นคัมป์ นูต่อ หลังจากที่เห็นชาบี เอร์นานเดส เพื่อนซี้ของเขาได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงให้กับบาร์เซโลน่าแล้วในตอนนั้น

ซึ่งทำให้ปูโยลเลือกที่จะสู้ต่อไป จนในปี 1999 เขาก็ถูกหลุยส์ ฟาน กัล ยอดกุนซือชาวดัตช์ที่คุมทีมอยู่ในตอนนั้นดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ทันที ซึ่งกุนซือรายนี้นั้นขึ้นชื่อเรื่องการดันนักเตะดาวรุ่งมาใช้งานอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยที่เขาคุมทีมอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมก่อนหน้านั้น และกุนซือรายนี้ก็เป็นคนจับเขามาเล่นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางนั่นเอง

สู่การเป็นตัวหลักของยอดทีมแห่งยุค

หลังจากได้รับโอกาสในการเล่นทีมชุดใหญ่ หลังจากนั้นมา การ์เลส ปูโยลก็กลายเป็นปราการหลังตัวหลักของบาร์เซโลน่ามาโดยตลอด และก็เปลี่ยนคู่หูในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟมาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นแฟรงค์ เดอ บัวร์ กองหลังชาวดัตช์ แพทริค แอนเดอร์สัน กองหลังทีมชาติสวีเดน และราฟาเอล มาร์เกซ ปราการหลังกัปตันทีมชาติเม็กซิโก ซึ่งไม่ว่าใครจะเข้ามาก็ไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงไปจากปูโยลได้เลย

จนกระทั่งในปี 2008 ที่บาร์เซโลน่าไปคว้าตัวเคราร์ด ปิเก้ อดีตเด็กปั้นของสโมสรจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ซึ่งทำให้เขากลายมาเป็นคู่หูของปูโยลต่อทันที ซึ่งทั้งคู่เล่นเข้ากันได้อย่างแข็งแกร่ง จนทำให้บาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในยุคของเป็ป กวาดิโอล่า ที่สามารถคว้าแชมป์ลา ลีก้าสเปนได้ถึง 3 ปีติดต่อกัน และยังรวมไปถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 2 สมัยด้วย

Carles Puyol
Carles Puyol

ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของวงการฟุตบอลสเปนอย่างแท้จริง เพราะนอกจาก บาร์เซโลน่า จะประสบความสำเร็จแล้ว ทีมชาติสเปน ในตอนนั้นก็กลายเป็นยุคทองของพวกเขาด้วย  เพราะในปี 2008 ทีมชาติสเปนก็ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ยูโร 2008 และในอีก 2 ปีต่อมา ทีม “กระทิงดุ” ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติมาครองได้สำเร็จ ซึ่ง ปูโยล ก็เป็นกำลังสำคัญของสเปนใน 2 ทัวร์นาเม้นต์นั้นด้วย

แต่ว่าตอนที่ป้องกันแชมป์ยูโร 2012 ได้ เขาไม่ได้มีชื่อติดทีมสเปนครั้งนั้น เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บอยู่ในตอนนั้นพอดี และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติสเปน หลังจากที่ลงสนามให้กับทีมชาติครบ 100 นัดพอดี และประกาศเลิกเล่นในปี 2014 เนื่องจากสภาพร่างกายของเขาไม่เอื้ออำนวยแล้ว

หลังจากที่เลิกเล่นไปแล้ว เขาก็ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ บาร์เซโลน่า อยู่ และเขาก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของ อันโดนี่ ซูบิซาร์เร็ตต้า อดีตนายประตูของทีมที่รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรอยู่ในเวลานั้น แต่เขาก็ลาออกจากตำแหน่งในช่วงเดือนมกราคม 2015 หลังจากที่ซูบิซาร์เร็ตต้าโดนไล่ออกไป

ซึ่งอันที่จริงเขามีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทนด้วยซ้ำ และในเดือนกันยายน 2019 ปูโยลก็ถูกทาบทามให้เป็นผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งจะต้องดูแลทีมหลายชนิดกีฬาเลยทีเดียว แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปอีก

spain-2008-2012

ทีมชาติสเปน ในยุค 4 ปีที่ไร้เทียมทาน

ทีมชาติสเปน ถือว่าเป็นชาติที่ในยุคก่อนปี 2000 พวกเขาไม่ได้เป็นทีมยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลแต่อย่างใด แม้ว่าสเปนจะเคยได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมา 1 สมัย แต่มันก็เกิดขึ้นในปี 1964 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง และตอนนั้นก็ไม่ได้มีการแข่งขันที่ดุเดือดเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

ซึ่งสเปนถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกโดยตลอด ทำให้พวกเขามักจะเป็นทีมที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของทัวร์นาเม้นต์รายการใหญ่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นศึกฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโรก็ตาม แต่พอเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายแล้วพวกเขามักจะประสบความล้มเหลวและทำผลงานได้ไม่ตรงที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ ทำให้ถูกตราหน้าว่าเป็นทีมหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมนั่นเอง

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2008

ศึกชิงแชมป์ยุโรปปี 2008 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของทีมชาติสเปน ซึ่งเป็นช่วงที่ทีม “กระทิงดุ” มีหลุยส์ อาราโกเนสเป็นกุนซือ ซึ่งพวกเขาสามารถเข้าไปเป็นแชมป์ยูโร 2008 ที่ประเทศออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมกันได้สำเร็จในปีนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่วงการฟุตบอลกำลังมาแรงสุดขีดในตอนนั้น เพราะว่ามีนักเตะของพวกเขาที่กลายเป็นนักเตะระดับโลกหลายคน และพอมารวมกันเป็นทีมชาติสเปนก็ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวรับ หรือแนวรุกก็ตาม ซึ่งปีนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะทีมชาติเยอรมันได้ 1-0 จากลูกหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงของเฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าของลิเวอร์พูลในเวลานั้น

ทีมชาติสเปน กับ WORLD CUP 2010

ต่อมาในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ ถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นที่ทวีปแอฟริกาและทัวร์นาเม้นต์นั้นทีมชาติสเปนได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากหลุยส์ อาราโกเนสที่ออกจากทีมไป มาเป็นบิเซ็นเต้ เดล บอสเก้ อดีตกุนซือของทีมเรอัล มาดริดมาคุมทีมแทน

แม้ว่าทีมชาติสเปนจะแพ้ให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในนัดเปิดสนามก็ตาม แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมาคืนฟอร์มได้ทันท่วงทีและผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอ้าต์ โดยพวกเขาเอาชนะทีมชาติโปรตุเกส ปารากวัย และเยอรมันจนทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หรือฮอลแลนด์นั่นเอง โดยเกมเต็มไปด้วยความอืดอัดในรอบชิงชนะเลิศ และเล่นกันอย่างดุเดือด และสุดท้ายก็ต้องไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษจนได้

ซึ่งสเปนต้องมารอถึงนาทีที่ 116 เลยทีเดียว กว่าที่จะมาได้ประตูชัยจาก อันเดรส อิเนสต้า กองกลางตัวเก่งของทีมในยุคนั้น ทำให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกของพวกเขาด้วย

ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010
ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2012

ต่อมาทีมชาติสเปนยังมาป้องกันแชมป์ฟุตบอลยูโรได้อีกครั้งในปี 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยทีมชาติสเปนไม่มี การ์เลส ปูโยล กองหลังกัปตันทีมจากบาร์เซโลน่าที่มีอาการบาดเจ็บ แม้ว่าแนวรับของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมแต่ทีมชาติสเปนก็ยังทำผลงานได้อย่างสุดยอดเพราะพวกเขาไม่แพ้ให้กับทีมใดเลย

โดยในรอบน็อคเอ้าต์นั้น พวกเขาเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศสได้ 2-0 จาก 2 ประตูของชาบี อลอนโซ่ กองกลางของทีม และในรอบรองชนะเลิศพวกเขาก็มาเอาชนะ ทีมชาติโปรตุเกส ได้ในการดวลจุดโทษ 4-2 ทำให้ทีม “กระทิงดุ” ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติอิตาลี

แต่ในรอบชิงชนะเลิศนั้นถือว่างานกร่อยกว่าที่คิด เมื่อสเปนไล่ถล่มทีมจากแดนมักกะโรนีได้ตั้งแต่ต้นเกม และสุดท้ายก็เอาชนะไปได้ 4-0 ป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ ซึ่งเป็นทีมแรกที่สามารถทำได้ด้วยในการป้องกันแชมป์

ขุมกำลังที่ทำให้ทีมชาติสเปนในยุคนั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือเหล่านักเตะที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้รักษาประตู อิเกร์ กาซิญาส
  • แผงหลัง เซร์คิโอ รามอส จาก เรอัล มาดริด
  • แดนกลาง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของทีมมี
    • ชาบี เอร์นานเดส
    • อันเดรส อิเนสต้า ที่เป็นเสาหลักในแดนกลาง
    • เชสก์ ฟาเบรกาส
    • แ ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมี
    • ราอูล อบิโอล กองกลางทางเลือกที่เป็นตัวสำรองของทีมในชุดนั้น เช่นเดียวกับ
    • ชาบี อลอนโซ่ ที่เป็นอะไหล่ชั้นดีในแดนกลาง ซึ่งนักเตะเหล่านี้อยู่กับทีมและประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการ
  • แดนหน้า มี เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งที่ติดทีมไปทั้ง 3 ทัวร์นาเม้นต์

ซึ่งทีมชาติสเปนในตอนนั้นถือว่าเป็นยุคทองที่หาทีมมาต่อกรกับพวกเขายากมาก เพราะเป็นยุคที่ บาร์เซโลน่า กำลังประสบความสำเร็จในฟุตบอลยุโรปตอนนั้นพอดีด้วย และสไตล์การต่อบอลของเขา และความเข้าใจกันในนักเตะโดยเฉพาะแดนกลาง ทำให้พวกเขาครองบอลได้มากกว่าคู่แข่งแทบทุกนัด และไล่บดคู่แข่งอยู่ตลอด ซึ่งคู่แข่งยังไม่สามารถจับทางพวกเขาได้ในตอนนั้นด้วย ทำให้สเปนกลายเป็นยุคทองในช่วง 4 ปีนั้น