Tag Archives: อันเดรส อิเนสต้า

Xavi Hernandez

Xavi Hernandez ห้องเครื่องผู้สร้างตำนานให้ บาร์ซ่า และ สเปน

Xavi Hernandez เป็นชายชาวสเปนที่เกิดที่เมืองเตราสซ่าในแคว้นกาตาลุนญ่าของประเทศสเปน ซึ่งเขาถือว่าเป็นสายเลือด และสาวกของสโมสร บาร์เซโลน่า มาตั้งแต่ต้น เพราะทีมแรกที่เขาเข้าไปอยู่ในระบบเยาวชนก็คือบาร์เซโลน่านั่นเอง โดยเขาเริ่มเข้าสู่ศูนย์ฝึกฟุตบอลลา มาเซียอันเลื่องชื่อในปี 1991 ซึ่งตอนนั้นเขาอายุได้เพียงแค่ 11 ขวบเท่านั้น

หลังจากนั้นเขาก็ต้องเดินตามรอยเหมือนกับนักเตะรุ่นพี่คนอื่นๆ ของสโมสร คือการต้องเล่นให้กับทีมสำรองของบาร์เซโลน่าก่อนถึงจะมีโอกาสได้ก้าวขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ โดยชาบีต้องเล่นให้กับทีมเบอยู่ถึง 3 ปีกว่าที่จะได้ก้าวขึ้นไปอยู่กับทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวในปี 2000 แต่ในระหว่างนั้นเขาก็ได้โอกาสขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่อยู่เป็นระยะ

ซึ่งแค่เพียงฤดูกาลแรกที่เขาก้าวขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 1998-1999 ชาบีก็คว้าแชมป์ลา ลีก้าสเปนมาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จในฤดูกาลนั้น ในยุคที่ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” มีหลุยส์ ฟาน กัล ยอดกุนซือชาวดัตช์คุมทีมอยู่นั่นเอง ซึ่งเขาเป็นคนดันชาบี เอร์นานเดสให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าด้วย 

โดยตอนนั้นชาบีต้องเล่นเป็นกองกลางร่วมกับเป็ป กวาดิโอล่า กองกลางกัปตันทีมที่ซึ่งกลายมาเป็นยอดกุนซือของบาร์เซโลน่า และยอดกุนซือในยุคปัจจุบันนั่นเอง และรวมไปถึงหลุยส์ เอ็นริเก้ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 กองกลางของบาร์เซโลน่าในยุคนั้นด้วย

ในช่วงแรกของอาชีพค้าแข้งนั้นชาบี เอร์นานเดสยังไม่ได้เป็นนักเตะที่โด่งดัง และได้รับการยอมรับอย่างทุกวันนี้ เพราะด้วยสไตล์การเล่นของเขานั้นไม่ได้มีความหวือหวาแต่อย่างใด แต่เขาเป็นนักเตะที่เล่นง่าย จ่ายบอลแม่น ซึ่งในตอนที่เขาก้าวขึ้นมาใหม่ๆ นั้นยังไม่ค่อยมีการเผยแพร่สถิติการส่งบอลในแต่ละนัดเหมือนอย่างทุกวันนี้ ทำให้ชาบีไม่ได้เป็นนักเตะที่โดดเด่นของบาร์เซโลน่านตอนนั้น

แต่เขาเริ่มมาเป็นที่ยอมรับ และโด่งดังเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ บาร์เซโลน่า มี เป็ป กวาดิโอล่า เข้ามาเป็นกุนซือในปี 2008 ซึ่งกุนซือรายนี้สามารถยกระดับ barcelona ห้กลายเป็นยอดทีมในตอนนั้นได้สำเร็จ ซึ่งพวกเขากวาดแชมป์ได้อย่างมากมายในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย แชมป์ลา ลีก้าอีก 3 สมัยจาก 4 ปีที่โจเซ็ป กวาดิโอล่าคุมทีม ซึ่งตอนนั้นกองกลางของบาร์เซโลน่าถือว่าเล่นกันได้อย่างลงตัวที่สุดในปฐพี โดยมี

  • เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เล่นเป็นตัวตัดเกม
  • ชาบี เอร์นานเดส เป็นตัวเชื่อมเกมจากหลังไปหน้า
  • อันเดรส อิเนสต้า เป็นตัวทะลุทะลวงแนวรับคู่แข่ง

ซึ่งทำให้บาร์เซโลน่าไร้เทียมทานเป็นอย่างยิ่งในตอนนั้น เพราะพวกเขาได้เปรียบกองกลางคู่แข่งทุกทีมที่ดวลกันในเวลานั้นด้วย เมื่อยามที่ทั้ง 3 คนลงสนามพร้อมกัน และพวกเขาก็มีตัวสำรองอย่างยาย่า ตูเร่ในตอนนั้นด้วย ที่เล่นทดแทนพวกเขาได้อย่างดีในทุกบทบาท 

Xavi Hernandez
Xavi Hernandez

นอกจากเขาจะพาบาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามแล้ว ชาบี เอร์นานเดส ถือว่าเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ ทีมชาติสเปน ก้าวขึ้นไปครองความยิ่งใหญ่ในระดับชาติในช่วงปี 2008-2012 อีกด้วย เพราะว่าสเปนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในตอนนั้น ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือว่ายูโรได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน คือในศึกยูโร 2008 และยูโร 2012 และนอกจากนั้นสเปนยังกลายเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติได้สำเร็จอีกด้วยในปี 2010 ซึ่งเขาถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมชาติสเปนครองความยิ่งใหญ่ในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเขาเล่นเป็นห้องเครื่องของทีมชาติสเปน เฉกเช่นเดียวกับที่เล่นให้กับบาร์เซโลน่านั่นเอง ก่อนที่เขาจะอำลาทีมชาติสเปนในปี 2014 หลังจากที่ล้มเหลวในศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล ที่พวกเขาต้องตกรอบแรกนทัวร์นาเม้นต์นั้น

ชาบีเล่นอยู่กับบาร์เซโลน่าจนถึงปี 2015 ก็ออกมาหาเงินในตะวันออกกลาง โดยเขาย้ายมาค้าแข้งกับทีมอัล ซาดด์ ทีมในประเทศกาต้าร์ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งเขาเล่นอยู่กับที่นี่ 4 ปีแลยทีเดียว ก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อจบฤดูกาล 2019

เจ้าตัวก็เริ่มต้นอาชีพการเป็นกุนซือกับทีมนี้ทันทีในช่วงกลางปี 2019 ที่ผ่านมากับทีมที่เขาเล่นเป็นทีมสุดท้ายนั่นเอง ซึ่งชาบีได้ไปวิเคราะห์ฟุตบอลไว้ในศึกเอเชี่ยนส์ คัพ 2019 ซึ่งเขาให้ทรรศนะว่าทีมชาติกาต้าร์จะกลายเป็นแชมป์รายการนี้ก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นต์ ซึ่งตอนแรกก็ไม่มีใครเชื่อ และคิดว่าชาบีคงจะอวยประเทศที่เขาทำงานอยู่เท่านั้น แต่สุดท้ายกาต้าร์กลับกลายเป็นแชมป์เอเชี่ยนส์ คัพจริง

ทำให้ชาบี เอร์นานเดสได้รับคำชมเป็นอย่างยิ่งกับการวิจารณ์ และวิเคราะห์ของเขา และการคุมทีมในลีกกาต้าร์ของชาบีก็ทำได้ยอดเยี่ยมด้วย ทำให้เขาถูกมองว่ามีโอกาสที่จะกลับมาคุมทีมบาร์เซโลน่าในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยซ้ำ

spain-2008-2012

ทีมชาติสเปน ในยุค 4 ปีที่ไร้เทียมทาน

ทีมชาติสเปน ถือว่าเป็นชาติที่ในยุคก่อนปี 2000 พวกเขาไม่ได้เป็นทีมยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลแต่อย่างใด แม้ว่าสเปนจะเคยได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมา 1 สมัย แต่มันก็เกิดขึ้นในปี 1964 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง และตอนนั้นก็ไม่ได้มีการแข่งขันที่ดุเดือดเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

ซึ่งสเปนถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกโดยตลอด ทำให้พวกเขามักจะเป็นทีมที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของทัวร์นาเม้นต์รายการใหญ่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นศึกฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโรก็ตาม แต่พอเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายแล้วพวกเขามักจะประสบความล้มเหลวและทำผลงานได้ไม่ตรงที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ ทำให้ถูกตราหน้าว่าเป็นทีมหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมนั่นเอง

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2008

ศึกชิงแชมป์ยุโรปปี 2008 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของทีมชาติสเปน ซึ่งเป็นช่วงที่ทีม “กระทิงดุ” มีหลุยส์ อาราโกเนสเป็นกุนซือ ซึ่งพวกเขาสามารถเข้าไปเป็นแชมป์ยูโร 2008 ที่ประเทศออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมกันได้สำเร็จในปีนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่วงการฟุตบอลกำลังมาแรงสุดขีดในตอนนั้น เพราะว่ามีนักเตะของพวกเขาที่กลายเป็นนักเตะระดับโลกหลายคน และพอมารวมกันเป็นทีมชาติสเปนก็ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวรับ หรือแนวรุกก็ตาม ซึ่งปีนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะทีมชาติเยอรมันได้ 1-0 จากลูกหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงของเฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าของลิเวอร์พูลในเวลานั้น

ทีมชาติสเปน กับ WORLD CUP 2010

ต่อมาในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ ถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นที่ทวีปแอฟริกาและทัวร์นาเม้นต์นั้นทีมชาติสเปนได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากหลุยส์ อาราโกเนสที่ออกจากทีมไป มาเป็นบิเซ็นเต้ เดล บอสเก้ อดีตกุนซือของทีมเรอัล มาดริดมาคุมทีมแทน

แม้ว่าทีมชาติสเปนจะแพ้ให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในนัดเปิดสนามก็ตาม แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมาคืนฟอร์มได้ทันท่วงทีและผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอ้าต์ โดยพวกเขาเอาชนะทีมชาติโปรตุเกส ปารากวัย และเยอรมันจนทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หรือฮอลแลนด์นั่นเอง โดยเกมเต็มไปด้วยความอืดอัดในรอบชิงชนะเลิศ และเล่นกันอย่างดุเดือด และสุดท้ายก็ต้องไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษจนได้

ซึ่งสเปนต้องมารอถึงนาทีที่ 116 เลยทีเดียว กว่าที่จะมาได้ประตูชัยจาก อันเดรส อิเนสต้า กองกลางตัวเก่งของทีมในยุคนั้น ทำให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกของพวกเขาด้วย

ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010
ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2012

ต่อมาทีมชาติสเปนยังมาป้องกันแชมป์ฟุตบอลยูโรได้อีกครั้งในปี 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยทีมชาติสเปนไม่มี การ์เลส ปูโยล กองหลังกัปตันทีมจากบาร์เซโลน่าที่มีอาการบาดเจ็บ แม้ว่าแนวรับของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมแต่ทีมชาติสเปนก็ยังทำผลงานได้อย่างสุดยอดเพราะพวกเขาไม่แพ้ให้กับทีมใดเลย

โดยในรอบน็อคเอ้าต์นั้น พวกเขาเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศสได้ 2-0 จาก 2 ประตูของชาบี อลอนโซ่ กองกลางของทีม และในรอบรองชนะเลิศพวกเขาก็มาเอาชนะ ทีมชาติโปรตุเกส ได้ในการดวลจุดโทษ 4-2 ทำให้ทีม “กระทิงดุ” ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติอิตาลี

แต่ในรอบชิงชนะเลิศนั้นถือว่างานกร่อยกว่าที่คิด เมื่อสเปนไล่ถล่มทีมจากแดนมักกะโรนีได้ตั้งแต่ต้นเกม และสุดท้ายก็เอาชนะไปได้ 4-0 ป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ ซึ่งเป็นทีมแรกที่สามารถทำได้ด้วยในการป้องกันแชมป์

ขุมกำลังที่ทำให้ทีมชาติสเปนในยุคนั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือเหล่านักเตะที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้รักษาประตู อิเกร์ กาซิญาส
  • แผงหลัง เซร์คิโอ รามอส จาก เรอัล มาดริด
  • แดนกลาง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของทีมมี
    • ชาบี เอร์นานเดส
    • อันเดรส อิเนสต้า ที่เป็นเสาหลักในแดนกลาง
    • เชสก์ ฟาเบรกาส
    • แ ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมี
    • ราอูล อบิโอล กองกลางทางเลือกที่เป็นตัวสำรองของทีมในชุดนั้น เช่นเดียวกับ
    • ชาบี อลอนโซ่ ที่เป็นอะไหล่ชั้นดีในแดนกลาง ซึ่งนักเตะเหล่านี้อยู่กับทีมและประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการ
  • แดนหน้า มี เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งที่ติดทีมไปทั้ง 3 ทัวร์นาเม้นต์

ซึ่งทีมชาติสเปนในตอนนั้นถือว่าเป็นยุคทองที่หาทีมมาต่อกรกับพวกเขายากมาก เพราะเป็นยุคที่ บาร์เซโลน่า กำลังประสบความสำเร็จในฟุตบอลยุโรปตอนนั้นพอดีด้วย และสไตล์การต่อบอลของเขา และความเข้าใจกันในนักเตะโดยเฉพาะแดนกลาง ทำให้พวกเขาครองบอลได้มากกว่าคู่แข่งแทบทุกนัด และไล่บดคู่แข่งอยู่ตลอด ซึ่งคู่แข่งยังไม่สามารถจับทางพวกเขาได้ในตอนนั้นด้วย ทำให้สเปนกลายเป็นยุคทองในช่วง 4 ปีนั้น