Tag Archives: เซร์คิโอ รามอส

Sergio Ramos

Sergio Ramos ยอดกองหลัง 100 ประตู

Sergio Ramos ดาวเตะจากราชันชุดขาว ถือว่าเป็นกองหลังที่ทำประตูได้เยอะเป็นอย่างมาก เพราะว่าในวงการฟุตบอลนั้นการที่จะทำได้ถึง 100 ประตูนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งกองหน้าบางคนยังทำประตูตลอดอาชีพการค้าแข้งไม่ถึง 100 ประตูด้วยซ้ำ และหลายคนจะทำได้ถึงก็เป็นการทำในลีกระดับรอง ไม่ใช่ลีกระดับท็อปของวงการฟุตบอลโลกแต่อย่างใด เช่นเดียวกับตำแหน่งกองกลาง ที่ก็มีน้อยคนนักที่จะสามารถทำประตูได้ถึง 100 ลูกตลอดอาชีพการค้าแข้ง แม้ว่าจะเป็นยอดดาวเตะของโลกยังทำได้ไม่ถึงด้วยซ้ำ ซึ่งยังไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งกองหลังเลยด้วย เพราะบางคนตลอดอาชีพค้าแข้งไม่เคยทำประตูได้เลยก็มี

บางคนก็มีแต่สถิติการทำเข้าประตูตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีกองหลังบางคนที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะว่ามีความสามารถในการยิง หรือการโหม่งที่ดี ทำให้บางคนอาจจะได้รับมอบหมายให้เป็นคนสังหารจุดโทษ หรือว่ายิงฟรีคิกในตำแหน่งต่างๆ ทำให้ยอดการทำประตูก็สูงขึ้นตามแต่ละคน ซึ่งยุคก่อนหน้านี้นั้นมีหลายคนทีเดียวที่เป็นกองหลังที่ทำประตูได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็น

  • โรนัลด์ คูมันน์ แบ็คซ้ายทีมชาติฮอลแลนด์ของบาร์เซโลน่า
  • ดาเนี่ยล พาสซาเรลล่า อดีตกองหลังระดับตำนานของทีมชาติอาร์เจนติน่า
  • เฟร์นานโด เอียร์โร่ ปราการหลังของเรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน
  • โลร็องต์ บล็องค์ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกเมื่อปี 1998
  • โรแบร์โต้ คาร์ลอส แบ็คซ้ายทีมชาติบราซิล
  • แม้แต่ Fernando Torres ก็ตาม

ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกองหลังที่สามารถทำได้เกิน 100 ประตูมาแล้วทั้งนั้น และบางคนทำได้เกิน 200 ประตูด้วยซ้ำตลอดอาชีพค้าแข้ง อย่างเช่นโรนัลด์ คูมันน์เป็นต้น แต่หลังจากนั้นมากองหลังที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำก็เริ่มหายไปจากวงการฟุตบอลสมัยใหม่ แต่ว่าก็มีคนหนึ่งที่ก้าวขึ้นมาเป็นยอดกองหลังที่ทำประตูได้อย่างมากมายในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งก็คือ เซร์คิโอ รามอส ยอดกองหลังทีมชาติสเปนของเรอัล มาดริดนั่นเอง

เซร์คิโอ รามอส เป็นปราการหลังจอมแกร่งทีมชาติสเปนที่เกิดที่เมืองเซบีญ่าในแคว้นอันดาลูเซียของประเทศสเปนเมื่อปี 1986 โดยเขาเริ่มเป็นเด็กเยาวชนของทีมเซบีญ่าตั้งแต่เยาว์วัย โดยเริ่มต้นเข้าสู่สโมสรเซบีญ่าตั้งแต่ที่เขาอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น และเจ้าตัวก็ฝึกฝนกับทีมนี้มาจนถึงอายุ 17 ปี ถึงจะมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเซบีญ่าในปี 2004 ซึ่งตอนแรกเขาต้องเล่นให้กับทีมสำรองก่อน 1 ปีด้วย ก่อนที่จะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2004 ที่มีฆัวกิน กาปาร์รอสคุมทีม

ซึ่งเขาก้าวขึ้นมาชุดใหญ่ของทีมพร้อมกับเฆซุส นาบาส ปีกขวา และอันโตนิโอ ปวยร์ต้า อดีตกองกลางผู้ล่วงลับของเซบีญ่านั่นเอง ซึ่งช่วงนั้นถือว่าเป็นยุคทองของการปั้นดาวรุ่งของเซบีญ่าเลยก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาก็ดันโฮเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ตัวรุกดาวรุ่งก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนขายให้กับอาร์เซน่อลในเวลาต่อมาด้วย

ในช่วงที่ก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ใหม่ๆ นั้น เซร์คิโอ รามอส ถือว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์คนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเขาเล่นได้ทั้งปราการหลังตัวกลาง แบ็คขวา และรวมไปถึงกองกลางตัวรับด้วย ซึ่งทีเด็ดในการทำประตูของเขานั้นคือการขึ้นไปเล่นลูกโหม่งจากลูกตั้งเตะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟรีคิก หรือว่าลูกเตะมุมก็ตาม นอกจากนั้นเขายังรับหน้าที่สังหารจุดโทษในบางโอกาสอีกด้วย และอีกอย่างก็คือการยิงฟรีคิกของเขา ซึ่งก็ทำได้ดีทีเดียว ซึ่งว่ากันว่าหากเขาไม่ได้เป็นกองหลังของเรอัล มาดริดในยุคที่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิงชาวโปรตุกีสอยู่ในทีม เซร์คิโอ รามอสจะทำประตูได้มากกว่านี้หลายสิบลูกเลยทีเดียว

Sergio Ramos
Sergio Ramos

เพราะตราบใดที่โรนัลโด้ยังอยู่ในสนามนั้น การสังหารจุดโทษ และฟรีคิกในจุดอันตรายนั้นก็เป็นของโรนัลโด้รับเหมาไปทั้งหมด ซึ่งหลังจากที่ดาวเตะโปรตุเกสย้ายออกจากทีมไป โอกาสของเซร์คิโอ รามอสก็กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเขารับเหมาหน้าที่ในการยิงลูกจุดโทษให้กับทีม “ราชันย์ชุดขาว” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และยังรวมไปถึงลูกฟรีคิกบริเวณใกล้กรอบเขตโทษด้วย

เซร์คิโอ รามอสนั้นทำประตูในการเล่นฟุตบอลอาชีพได้เกิน 100 ประตูเรียบร้อยแล้ว หากนับรวมนการเล่นให้กับทีมชาติ และกับสโมสร โดยในตอนที่เล่นให้กับเซบีญ่านั้นเขาทำไป 5 ประตู และกับเรอัล มาดริดนั้นเกือบ 100 ประตูแล้วในเวลานี้ และในนามทีมชาติสเปนนั้นเกิน 20 ประตูไปเรียบร้อยแล้วด้วย

ซึ่งเขาถือว่าเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งกับทั้งสโมสร เรอัล มาดริด และกับทีมชาติสเปน ซึ่งเขาได้ทั้งแชมป์โลก และแชมป์ยูโรอีก 2 สมัยกับ ทีมชาติสเปน และนอกจากนั้นยังได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกถึง 4 ครั้ง แม้ว่าเขาจะถูกมองว่าเป็นกองหลังที่มีการเล่นที่ค่อนข้างตุกติกก็ตาม แต่ถือว่าเป็นกองหลังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้

spain-2008-2012

ทีมชาติสเปน ในยุค 4 ปีที่ไร้เทียมทาน

ทีมชาติสเปน ถือว่าเป็นชาติที่ในยุคก่อนปี 2000 พวกเขาไม่ได้เป็นทีมยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลแต่อย่างใด แม้ว่าสเปนจะเคยได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมา 1 สมัย แต่มันก็เกิดขึ้นในปี 1964 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง และตอนนั้นก็ไม่ได้มีการแข่งขันที่ดุเดือดเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

ซึ่งสเปนถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกโดยตลอด ทำให้พวกเขามักจะเป็นทีมที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของทัวร์นาเม้นต์รายการใหญ่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นศึกฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโรก็ตาม แต่พอเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายแล้วพวกเขามักจะประสบความล้มเหลวและทำผลงานได้ไม่ตรงที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ ทำให้ถูกตราหน้าว่าเป็นทีมหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมนั่นเอง

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2008

ศึกชิงแชมป์ยุโรปปี 2008 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของทีมชาติสเปน ซึ่งเป็นช่วงที่ทีม “กระทิงดุ” มีหลุยส์ อาราโกเนสเป็นกุนซือ ซึ่งพวกเขาสามารถเข้าไปเป็นแชมป์ยูโร 2008 ที่ประเทศออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมกันได้สำเร็จในปีนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่วงการฟุตบอลกำลังมาแรงสุดขีดในตอนนั้น เพราะว่ามีนักเตะของพวกเขาที่กลายเป็นนักเตะระดับโลกหลายคน และพอมารวมกันเป็นทีมชาติสเปนก็ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวรับ หรือแนวรุกก็ตาม ซึ่งปีนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะทีมชาติเยอรมันได้ 1-0 จากลูกหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงของเฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าของลิเวอร์พูลในเวลานั้น

ทีมชาติสเปน กับ WORLD CUP 2010

ต่อมาในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ ถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นที่ทวีปแอฟริกาและทัวร์นาเม้นต์นั้นทีมชาติสเปนได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากหลุยส์ อาราโกเนสที่ออกจากทีมไป มาเป็นบิเซ็นเต้ เดล บอสเก้ อดีตกุนซือของทีมเรอัล มาดริดมาคุมทีมแทน

แม้ว่าทีมชาติสเปนจะแพ้ให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในนัดเปิดสนามก็ตาม แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมาคืนฟอร์มได้ทันท่วงทีและผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอ้าต์ โดยพวกเขาเอาชนะทีมชาติโปรตุเกส ปารากวัย และเยอรมันจนทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หรือฮอลแลนด์นั่นเอง โดยเกมเต็มไปด้วยความอืดอัดในรอบชิงชนะเลิศ และเล่นกันอย่างดุเดือด และสุดท้ายก็ต้องไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษจนได้

ซึ่งสเปนต้องมารอถึงนาทีที่ 116 เลยทีเดียว กว่าที่จะมาได้ประตูชัยจาก อันเดรส อิเนสต้า กองกลางตัวเก่งของทีมในยุคนั้น ทำให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกของพวกเขาด้วย

ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010
ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2012

ต่อมาทีมชาติสเปนยังมาป้องกันแชมป์ฟุตบอลยูโรได้อีกครั้งในปี 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยทีมชาติสเปนไม่มี การ์เลส ปูโยล กองหลังกัปตันทีมจากบาร์เซโลน่าที่มีอาการบาดเจ็บ แม้ว่าแนวรับของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมแต่ทีมชาติสเปนก็ยังทำผลงานได้อย่างสุดยอดเพราะพวกเขาไม่แพ้ให้กับทีมใดเลย

โดยในรอบน็อคเอ้าต์นั้น พวกเขาเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศสได้ 2-0 จาก 2 ประตูของชาบี อลอนโซ่ กองกลางของทีม และในรอบรองชนะเลิศพวกเขาก็มาเอาชนะ ทีมชาติโปรตุเกส ได้ในการดวลจุดโทษ 4-2 ทำให้ทีม “กระทิงดุ” ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติอิตาลี

แต่ในรอบชิงชนะเลิศนั้นถือว่างานกร่อยกว่าที่คิด เมื่อสเปนไล่ถล่มทีมจากแดนมักกะโรนีได้ตั้งแต่ต้นเกม และสุดท้ายก็เอาชนะไปได้ 4-0 ป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ ซึ่งเป็นทีมแรกที่สามารถทำได้ด้วยในการป้องกันแชมป์

ขุมกำลังที่ทำให้ทีมชาติสเปนในยุคนั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือเหล่านักเตะที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้รักษาประตู อิเกร์ กาซิญาส
  • แผงหลัง เซร์คิโอ รามอส จาก เรอัล มาดริด
  • แดนกลาง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของทีมมี
    • ชาบี เอร์นานเดส
    • อันเดรส อิเนสต้า ที่เป็นเสาหลักในแดนกลาง
    • เชสก์ ฟาเบรกาส
    • แ ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมี
    • ราอูล อบิโอล กองกลางทางเลือกที่เป็นตัวสำรองของทีมในชุดนั้น เช่นเดียวกับ
    • ชาบี อลอนโซ่ ที่เป็นอะไหล่ชั้นดีในแดนกลาง ซึ่งนักเตะเหล่านี้อยู่กับทีมและประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการ
  • แดนหน้า มี เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งที่ติดทีมไปทั้ง 3 ทัวร์นาเม้นต์

ซึ่งทีมชาติสเปนในตอนนั้นถือว่าเป็นยุคทองที่หาทีมมาต่อกรกับพวกเขายากมาก เพราะเป็นยุคที่ บาร์เซโลน่า กำลังประสบความสำเร็จในฟุตบอลยุโรปตอนนั้นพอดีด้วย และสไตล์การต่อบอลของเขา และความเข้าใจกันในนักเตะโดยเฉพาะแดนกลาง ทำให้พวกเขาครองบอลได้มากกว่าคู่แข่งแทบทุกนัด และไล่บดคู่แข่งอยู่ตลอด ซึ่งคู่แข่งยังไม่สามารถจับทางพวกเขาได้ในตอนนั้นด้วย ทำให้สเปนกลายเป็นยุคทองในช่วง 4 ปีนั้น