Tag Archives: เฟร์นานโด ตอร์เรส

Fernando Torres

Fernando Torres ประวัติดาวยิง “เอลนีโญ”

Fernando José Torres Sanz หรือ Fernando Torres เป็นดาวเตะชาวสเปนที่เกิดที่เมืองฟูเอ็นลาบราด้าในกรุงมาดริดของประเทศสเปน ซึ่งเขาเกิดเมื่อปี 1984 ซึ่งเขาเลือกเส้นทางการค้าแข้งอย่างชัดเจนด้วยการเข้าเป็นเด็กเยาวชนของ สโมสรแอตเลติโก มาดริด ทีมรักของเขาในสมัยเป็นวัยเด็ก ซึ่งเริ่มแรกนั้นเขาเล่นเป็นตำแหน่งผู้รักษาประตูเสียด้วยซ้ำ แต่เริ่มเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหน้าหลังจากที่ติดใจตอนได้เล่นในตำแหน่งกองหน้าในเกมฟุตบอลในร่ม

ซึ่งในตอนที่เขา 10 ขวบนั้นเขายังเป็นเด็กเยาวชนของทีมราโย่ แต่หลังจากที่เขาทำได้ถึง 55 ประตู ก็ทำให้เขาเป็น 1 ใน 3 นักเตะของเยาวชนชุดนั้นที่ได้เข้าทดสอบฝีเท้ากับแอตเลติโก มาดริด และสุดท้ายก็ไปถูกใจแมวมองของทีม “ตราหมี” รู้สึกว่านักเตะตัว ทีเด็ด คนนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วจนทำให้เจ้าตัวได้เข้าที่แอตเลติโก มาดริดในปี 1995 ซึ่งเขาก็เข้าสู่ระบบเยาวชนของทีมตั้งแต่นั้นมา และพัฒนาฝีเท้ามาเรื่อยๆ

จนในปี 2001 เขาก็ได้โอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชุใหญ่ของ แอตเลติโก มาดริดในวัย 17 ปี ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่แอตเลติโก มาดริดกำลังตักต่ำเลยทีเดียว เพราะพวกเขายังอยู่ในเซกุนด้าของประเทศสเปน แต่หลังจากที่ตอร์เรสก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับทีมในตอนนั้น เขาก็ช่วยให้แอตเลติโก มาดริดคว้าแชมป์เซกุนด้าในฤดูกาล 2001-2002 และก้าวขึ้นสู่ลา ลีก้าสเปนได้สำเร็จ

เฟร์นานโด ตอร์เรส ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของแอตเลติโก มาดริดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาเป็นดาวซัลโวประจำฤดูกาลของทีมตั้งแต่อยู่ในวัย 18 ปีเท่านั้น และเป็นที่รักของแฟนบอลแอตเลติโก มาดริดเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาเป็นแฟนบอลของทีมมาตั้งแต่ยังเด็กด้วย ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมของแอตเลติโก มาดริดอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น ซึ่งเขาเป็นกองหน้าคนสำคัญของทีมในช่วงที่ทีมยังไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรในตอนนั้น โดยยังเป็นเพียงกลางตารางเท่านั้นในช่วงที่ตอร์เรสค้าแข้งอยู่กับทีมในยุคแรก

ในปี 2007 เขาก็ตัดสินใจย้ายออกไปหาความท้าทายในต่างแดน ซึ่งตอนนั้นตอร์เรสตกเป็นข่าวกับหลายทีม ซึ่งรวมถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษืใหญ่ของพรีเมียร์ลีกด้วย แต่สุดท้ายเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับลิเวอร์พูล ทีมดังอีกทีมในอังกฤษด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ และพวกเขาก็ได้ตัว หลุยส์ การเซีย ตัวรุกชาวสเปนกลับมาเป็นการแลกเปลี่ยนด้วย ซึ่งตอร์เรสแทบไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเลยในศึกพรีเมียร์ลีก

เพราะเพียงปีแรกเท่านั้นก็ทำได้ถึง 24 ประตูในลีก และยังเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2007-2008 ของลิเวอร์พูล และของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ซึ่งเขาเป็นนักเตะดาวเด่นของลิเวอร์พูลตั้งแต่นั้นมา

Fernando Torres
Fernando Torres

ซึ่งในปี 2008 ตอร์เรสถือว่าทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาก จนทำให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นอันดับ 3 ของการคว้ารางวัลบัลลง ดอร์ในปีนั้นด้วย เพราะนอกจากจะทำผลงานได้ดีกับลิเวอร์พูลแล้ว เขายังช่วยให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2008 มาครองได้อีกด้วย

แต่แล้วเฟร์นานโด ตอร์เรส กับลิเวอร์พูลก็ต้องจบลงในช่วงเดือนมกราคม 2011 เมื่อทีม “หงส์แดง” ตัดสินใจขายเขาไปให้กับ เชลซี ทีมคู่ปรับร่วมลีกด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้ลิเวอร์พูลไม่ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว แต่การย้ายไปอยู่ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์นั้นเหมือนกับเป็นการย้ายที่ผิดพลาดของเขาเลยทีเดียว เพราหลังจากที่มาอยู่กับทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ตอร์เรสฟอร์มการเล่นตกลงอย่างรวดเร็ว ซึ่ง 14 นัดในครึ่งฤดูกาลแรกของเขากับเชลซีในพรีเมียร์ลีก ตอร์เรสทำไปได้เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น

ซึ่งตอนที่เขาสวมเสื้อเชลซีจะเห็นได้ว่าความมั่นใจของเขานั้นหายไปอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ลูกหลุดเดี่ยวก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ ซึ่งตลอดเวลาที่เขาเล่นให้กับเชลซีนั้นผลงานของตอร์เรสย่ำแย่เป็นอย่างมาก จนทำให้เขาต้องถูกปล่อยให้กับ เอซี มิลาน และ แอตเลติโก มาดริด ยืมตัวไปใช้งาน จนสุดท้ายเขาได้ย้ายกลับมาเล่นให้กับทีม “ตราหมี” แบบถาวรในปี 2016 ซึ่งเป็นยุคที่ทีมมี ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เป็นกุนซือ และแอตเลติโก มาดริดถือว่าเป็นทีมชั้นนำของลา ลีก้าสเปนแล้วในตอนนั้น

ซึ่งในตอนที่เปิดตัวเฟร์นานโด ตอร์เรสกลับมาค้าแข้งกับทีมอีกครั้ง มีแฟนบอลเข้าไปเฉลิมฉลองในสนามบิเซ็นเต้ กัลป์เดร่อนกันเต็มความจุ 45,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ แม้ว่าตอร์เรสจะต้องรับบทบาทเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ แต่เขาก็มาประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์ยูโรป้า ลีกกับทีมรักทีมนี้

ก่อนที่เขาจะย้ายมาค้าแข้งในเจ ลีกของประเทศญี่ปุ่นกับทีมซากัน โทสุ ซึ่งถือว่าเป็นทีมเล็กในเจ ลีก และผลงานของตอร์เรสก็ไม่ได้ดีนัก และสุดท้ายเขาก็ประกาศแขวนสตั๊ดไปในปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเขาเป็นนักเตะ 1 ในไม่กี่คนของทีมชาติสเปนที่ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ทั้ง 3 รายการใหญ่ ทั้งยูโร 2008 และ 2012 และรวมไปถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 อีกด้วย

spain-2008-2012

ทีมชาติสเปน ในยุค 4 ปีที่ไร้เทียมทาน

ทีมชาติสเปน ถือว่าเป็นชาติที่ในยุคก่อนปี 2000 พวกเขาไม่ได้เป็นทีมยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลแต่อย่างใด แม้ว่าสเปนจะเคยได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมา 1 สมัย แต่มันก็เกิดขึ้นในปี 1964 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง และตอนนั้นก็ไม่ได้มีการแข่งขันที่ดุเดือดเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

ซึ่งสเปนถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกโดยตลอด ทำให้พวกเขามักจะเป็นทีมที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของทัวร์นาเม้นต์รายการใหญ่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นศึกฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโรก็ตาม แต่พอเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายแล้วพวกเขามักจะประสบความล้มเหลวและทำผลงานได้ไม่ตรงที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ ทำให้ถูกตราหน้าว่าเป็นทีมหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมนั่นเอง

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2008

ศึกชิงแชมป์ยุโรปปี 2008 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของทีมชาติสเปน ซึ่งเป็นช่วงที่ทีม “กระทิงดุ” มีหลุยส์ อาราโกเนสเป็นกุนซือ ซึ่งพวกเขาสามารถเข้าไปเป็นแชมป์ยูโร 2008 ที่ประเทศออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมกันได้สำเร็จในปีนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่วงการฟุตบอลกำลังมาแรงสุดขีดในตอนนั้น เพราะว่ามีนักเตะของพวกเขาที่กลายเป็นนักเตะระดับโลกหลายคน และพอมารวมกันเป็นทีมชาติสเปนก็ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวรับ หรือแนวรุกก็ตาม ซึ่งปีนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะทีมชาติเยอรมันได้ 1-0 จากลูกหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงของเฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าของลิเวอร์พูลในเวลานั้น

ทีมชาติสเปน กับ WORLD CUP 2010

ต่อมาในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ ถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นที่ทวีปแอฟริกาและทัวร์นาเม้นต์นั้นทีมชาติสเปนได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากหลุยส์ อาราโกเนสที่ออกจากทีมไป มาเป็นบิเซ็นเต้ เดล บอสเก้ อดีตกุนซือของทีมเรอัล มาดริดมาคุมทีมแทน

แม้ว่าทีมชาติสเปนจะแพ้ให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในนัดเปิดสนามก็ตาม แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมาคืนฟอร์มได้ทันท่วงทีและผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอ้าต์ โดยพวกเขาเอาชนะทีมชาติโปรตุเกส ปารากวัย และเยอรมันจนทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หรือฮอลแลนด์นั่นเอง โดยเกมเต็มไปด้วยความอืดอัดในรอบชิงชนะเลิศ และเล่นกันอย่างดุเดือด และสุดท้ายก็ต้องไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษจนได้

ซึ่งสเปนต้องมารอถึงนาทีที่ 116 เลยทีเดียว กว่าที่จะมาได้ประตูชัยจาก อันเดรส อิเนสต้า กองกลางตัวเก่งของทีมในยุคนั้น ทำให้ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกของพวกเขาด้วย

ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010
ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2010

ทีมชาติสเปน กับ EURO 2012

ต่อมาทีมชาติสเปนยังมาป้องกันแชมป์ฟุตบอลยูโรได้อีกครั้งในปี 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยทีมชาติสเปนไม่มี การ์เลส ปูโยล กองหลังกัปตันทีมจากบาร์เซโลน่าที่มีอาการบาดเจ็บ แม้ว่าแนวรับของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิมแต่ทีมชาติสเปนก็ยังทำผลงานได้อย่างสุดยอดเพราะพวกเขาไม่แพ้ให้กับทีมใดเลย

โดยในรอบน็อคเอ้าต์นั้น พวกเขาเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศสได้ 2-0 จาก 2 ประตูของชาบี อลอนโซ่ กองกลางของทีม และในรอบรองชนะเลิศพวกเขาก็มาเอาชนะ ทีมชาติโปรตุเกส ได้ในการดวลจุดโทษ 4-2 ทำให้ทีม “กระทิงดุ” ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติอิตาลี

แต่ในรอบชิงชนะเลิศนั้นถือว่างานกร่อยกว่าที่คิด เมื่อสเปนไล่ถล่มทีมจากแดนมักกะโรนีได้ตั้งแต่ต้นเกม และสุดท้ายก็เอาชนะไปได้ 4-0 ป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ ซึ่งเป็นทีมแรกที่สามารถทำได้ด้วยในการป้องกันแชมป์

ขุมกำลังที่ทำให้ทีมชาติสเปนในยุคนั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือเหล่านักเตะที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้รักษาประตู อิเกร์ กาซิญาส
  • แผงหลัง เซร์คิโอ รามอส จาก เรอัล มาดริด
  • แดนกลาง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของทีมมี
    • ชาบี เอร์นานเดส
    • อันเดรส อิเนสต้า ที่เป็นเสาหลักในแดนกลาง
    • เชสก์ ฟาเบรกาส
    • แ ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมี
    • ราอูล อบิโอล กองกลางทางเลือกที่เป็นตัวสำรองของทีมในชุดนั้น เช่นเดียวกับ
    • ชาบี อลอนโซ่ ที่เป็นอะไหล่ชั้นดีในแดนกลาง ซึ่งนักเตะเหล่านี้อยู่กับทีมและประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการ
  • แดนหน้า มี เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งที่ติดทีมไปทั้ง 3 ทัวร์นาเม้นต์

ซึ่งทีมชาติสเปนในตอนนั้นถือว่าเป็นยุคทองที่หาทีมมาต่อกรกับพวกเขายากมาก เพราะเป็นยุคที่ บาร์เซโลน่า กำลังประสบความสำเร็จในฟุตบอลยุโรปตอนนั้นพอดีด้วย และสไตล์การต่อบอลของเขา และความเข้าใจกันในนักเตะโดยเฉพาะแดนกลาง ทำให้พวกเขาครองบอลได้มากกว่าคู่แข่งแทบทุกนัด และไล่บดคู่แข่งอยู่ตลอด ซึ่งคู่แข่งยังไม่สามารถจับทางพวกเขาได้ในตอนนั้นด้วย ทำให้สเปนกลายเป็นยุคทองในช่วง 4 ปีนั้น