Tag Archives: barcelona

Carles Puyol

Carles Puyol ประวัติยอดปราการหลัง ทีมชาติสเปน

Carles Puyol ยอดปราการหลัง ทีมชาติสเปน ของ ทีม บาร์เซโลน่า ถือว่าเป็นตำนานนักเตะคนหนึ่งของทีม “เจ้าบุญทุ่ม” และเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นให้กับสโมสรเดียวตลอดอาชีพการค้าแข้งด้วย ซึ่งมีไม่มากนัก และแถมยังเป็นยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ด้วย ซึ่งแสดงว่านักเตะคนนั้นต้องเล่นอยู่ในระดับสูง และฟอร์มที่ยอดเยี่ยมตลอดการเล่นของเขาด้วย ถึงจะได้อยู่กับทีมใหญ่แบบนี้ไปจนเลิกเล่น

ซึ่งปูโยลก็ถือว่าเป็นกองหลังที่แข็งแกร่ง และยอดเยี่ยมตลอดอาชีพการเล่นของเขา ซึ่งเขาถือว่าเป็นกองหลังลำดับต้นๆ ในยุคของเขาเลยก็ว่าได้ ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่สารพัดประโยชน์ในแนวรับมากด้วย เพราะนอกจากเขาจะเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางเป็นหลักแล้ว ปูโยลยังสามารถไปเล่นเป็นแบ็คขวาได้อีกด้วย และในช่วงยบั้นปลายการค้าแข้งเขาถูกโยกมาเล่นเป็นแบ็คซ้ายในบางโอกาสก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นแบ็คที่เติมเกมรุกได้โดดเด่นเหมือนกับแบ็คของบาร์เซโลน่าคนอื่นๆ แต่เรื่องการเล่นเกมรับ และความทุ่มเทของเขานั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน

ปูโยลเป็นนักเตที่เกิดที่แคว้นกาตาลุนญ่า แคว้นใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศสเปนเมื่อวันที่ 13 เมษายน 1978 และเขาเข้ามาอยู่ในระบบเยาวชนของ บาร์เซโลน่าในตอนที่เขาอายุได้ 16 ปี โดยเขาเข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกฟุตบอลลา มาเซียในตอนนั้น ซึ่งเขาถูกจับไปเล่นเป็นกองกลางตัวรับด้วยในตอนแรก ก่อนที่ต่อมาเขาจะโดนโยกไปเล่นเป็นแบ็คขวาอีก

ซึ่งในช่วงเป็นดาวรุ่งนั้นเขาไม่ได้ค่อยฉายแววเท่าไหร่นัก ซึ่งเริ่มแรกเขาต้องเริ่มเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ในชุดซีตอนวัย 18 ปี ก่อนที่จะไต่เต้ามาเล่นในชุดเบในปีต่อมา จนในปี 1999 เขาก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าจนได้ในวัย 21 ปี ซึ่งอันที่จริงเขาเกือบที่จะได้ย้ายไปร่วมทีมมาลาก้าแล้วด้วยในปี 1998 เพราะตอนนั้น บาร์เซโลน่า ตอบรับข้อเสนอแล้วด้วยซ้ำ

แต่ปูโยลปฏิเสธที่จะย้ายไปร่วมทีม และขอต่อสู้แย่งตำแหน่งตัวจริงในถิ่นคัมป์ นูต่อ หลังจากที่เห็นชาบี เอร์นานเดส เพื่อนซี้ของเขาได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงให้กับบาร์เซโลน่าแล้วในตอนนั้น

ซึ่งทำให้ปูโยลเลือกที่จะสู้ต่อไป จนในปี 1999 เขาก็ถูกหลุยส์ ฟาน กัล ยอดกุนซือชาวดัตช์ที่คุมทีมอยู่ในตอนนั้นดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ทันที ซึ่งกุนซือรายนี้นั้นขึ้นชื่อเรื่องการดันนักเตะดาวรุ่งมาใช้งานอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยที่เขาคุมทีมอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมก่อนหน้านั้น และกุนซือรายนี้ก็เป็นคนจับเขามาเล่นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางนั่นเอง

สู่การเป็นตัวหลักของยอดทีมแห่งยุค

หลังจากได้รับโอกาสในการเล่นทีมชุดใหญ่ หลังจากนั้นมา การ์เลส ปูโยลก็กลายเป็นปราการหลังตัวหลักของบาร์เซโลน่ามาโดยตลอด และก็เปลี่ยนคู่หูในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟมาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นแฟรงค์ เดอ บัวร์ กองหลังชาวดัตช์ แพทริค แอนเดอร์สัน กองหลังทีมชาติสวีเดน และราฟาเอล มาร์เกซ ปราการหลังกัปตันทีมชาติเม็กซิโก ซึ่งไม่ว่าใครจะเข้ามาก็ไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงไปจากปูโยลได้เลย

จนกระทั่งในปี 2008 ที่บาร์เซโลน่าไปคว้าตัวเคราร์ด ปิเก้ อดีตเด็กปั้นของสโมสรจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ซึ่งทำให้เขากลายมาเป็นคู่หูของปูโยลต่อทันที ซึ่งทั้งคู่เล่นเข้ากันได้อย่างแข็งแกร่ง จนทำให้บาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในยุคของเป็ป กวาดิโอล่า ที่สามารถคว้าแชมป์ลา ลีก้าสเปนได้ถึง 3 ปีติดต่อกัน และยังรวมไปถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 2 สมัยด้วย

Carles Puyol
Carles Puyol

ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของวงการฟุตบอลสเปนอย่างแท้จริง เพราะนอกจาก บาร์เซโลน่า จะประสบความสำเร็จแล้ว ทีมชาติสเปน ในตอนนั้นก็กลายเป็นยุคทองของพวกเขาด้วย  เพราะในปี 2008 ทีมชาติสเปนก็ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ยูโร 2008 และในอีก 2 ปีต่อมา ทีม “กระทิงดุ” ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติมาครองได้สำเร็จ ซึ่ง ปูโยล ก็เป็นกำลังสำคัญของสเปนใน 2 ทัวร์นาเม้นต์นั้นด้วย

แต่ว่าตอนที่ป้องกันแชมป์ยูโร 2012 ได้ เขาไม่ได้มีชื่อติดทีมสเปนครั้งนั้น เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บอยู่ในตอนนั้นพอดี และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติสเปน หลังจากที่ลงสนามให้กับทีมชาติครบ 100 นัดพอดี และประกาศเลิกเล่นในปี 2014 เนื่องจากสภาพร่างกายของเขาไม่เอื้ออำนวยแล้ว

หลังจากที่เลิกเล่นไปแล้ว เขาก็ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ บาร์เซโลน่า อยู่ และเขาก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของ อันโดนี่ ซูบิซาร์เร็ตต้า อดีตนายประตูของทีมที่รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรอยู่ในเวลานั้น แต่เขาก็ลาออกจากตำแหน่งในช่วงเดือนมกราคม 2015 หลังจากที่ซูบิซาร์เร็ตต้าโดนไล่ออกไป

ซึ่งอันที่จริงเขามีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทนด้วยซ้ำ และในเดือนกันยายน 2019 ปูโยลก็ถูกทาบทามให้เป็นผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งจะต้องดูแลทีมหลายชนิดกีฬาเลยทีเดียว แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปอีก

andres-iniesta

Andres Iniesta มิดฟิลด์อัจฉริยะแห่งบาร์เซโลน่า

Andres Iniesta เป็นนักเตะระดับเทพของ บาร์เซโลน่า และของ ทีมชาติสเปน ในตอนที่เขาค้าแข้งอยู่ ซึ่งเขาเกิดที่เมืองอัลบาเซต้าในสเปนเมื่อปี 1984 ซึ่งเขาก็เริ่มต้นเข้าสู่วงการฟุตบอลตั้งแต่ 10 ขวบ โดยการเป็นนักเตะเยาวชนของ อัลบาเซเต้ ทีมในเมืองเกิดของเขา ซึ่งส่วนใหญ่ทีมนี้ก็มักจะอยู่ในระดับลีกรองของประเทศเป็นหลัก และนานทีปีหนกว่าที่จะได้ก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุด

ซึ่งอิเนสต้าฝึกอยู่กับทีมนี้แค่เพียง 2 ปีเท่านั้น เพราะด้วยแววดีตั้งแต่เด็ก ทำให้ บาร์เซโลน่า ยอดทีมของประเทศเห็นแวว และดึงตัวไปเข้าศูนย์ฝึกฟุตบอลลา มาเซีย ศูนย์ฝึกฟุตบอลชื่อดังของโลกเลยก็ว่าได้ในปี 1996 ซึ่งศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งนี้สร้างยอดดาวเตะระดับโลกมาแล้วหลายราย ซึ่งอิเนสต้าก็เหมือนกับดาวรุ่งของบาร์เซโลน่าทั่วไป ซึ่งไม่ว่าจะเทพขนาดไหนก็ต้องไต่เต้าจากการเล่นให้กับทีมชุดเบไปก่อน

ซึ่งอิเนสต้าได้เล่นในทีมชุดเบของบาร์เซโลน่าในวัย 17 ปี ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทำให้เริ่มได้รับโอกาสให้เล่นในทีมชุดใหญ่ในช่วงที่ บาร์เซโลน่า มีหลุยส์ ฟาน กัล ยอดกุนซือชาวดัตช์คุมทีม รวมถึงในช่วงของ ราโดเมีย อันติ ชที่เข้ามารับงานต่อด้วย

แต่อันเดรส อิเนสต้ามาแจ้งเกิด และได้โอกาสในทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าจริงๆ คือในยุคที่ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” มีแฟรงค์ ไรจ์การ์ด กุนซือชาวดัตช์เป็นกุนซือในปี 2003 ซึ่งตอนนั้นอิเนสต้าอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น โดยในตอนแรกเขาได้โอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรองอยู่ตลอด

ซึ่งแม้ว่าจะเป็นนักเตะร่างเล็ก แต่ด้วความคล่องแคล่วของเขา ทำให้เขาสามารถปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งได้ดี โดยในช่วงที่เป็นดาวรุ่งนั้นเขาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางตัวรุก และยังรวมไปถึงกองหน้าทางฝั่งซ้ายอีกด้วย

เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้อย่างรวดเร็ว โดยตอนนั้นเขาเล่นร่วมกับชาบี เอร์นานเดส กองกลางรุ่นพี่ที่โตมาในศูนย์ฝึกลา มาเซียด้วยกัน และเล่นกันได้อย่างไหลลื่นมากในแดนกลางของบาร์เซโลน่า โดยมีทิอาโก้ ม็อตต้า กองกลางชาวบราซิเลี่ยนเล่นเป็นตัวตัดเกม ซึ่งทำให้อิเนสต้าเล่นเกมรุกได้อย่างอิสระขึ้น แต่ดาวเด่นของทีมในตอนนั้นยังคงเป็น โรนัลดินโญ่ ยอดดาวเตะทีมชาติบราซิลอยู่

ซึ่งอิเนสต้าแม้ว่าจะได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดกองกลางคนหนึ่งของยุค แต่เขาไม่ได้เป็นนักเตะที่มีสถิติการทำประตู และการแอสซิสต์ที่มากมายนัก แต่เขาเป็นตัวขับเคลื่อนเกม และสร้างเกมก่อนที่จะเป็นจังหวะเข้าทำเสียมากกว่า ทำให้สถิติต่างๆ ของเขาไม่ได้สวยงามเหมือนกับนักเตะคนอื่นๆ แต่เขาถือว่าเป็นยอดกองกลางแห่งยุคคนหนึ่งเลยทีเดียว

ก้าวขึ้นเป็นตัวหลักของทีม

หลังจากที่อันเดรส อิเนสต้าก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของบาร์เซโลน่าได้แล้วนั้น เขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่ทำให้เขาเป็นนักเตะระดับโลกจริงๆ คือในปี 2008 ที่เป็ป กวาดิโอล่า เข้ามาคุมทีมบาร์เซโลน่าชุดใหญ่ต่างหาก ที่ทำให้เขาก้าวขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในปีนั้นบาร์เซโลน่ามีการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ เพราะพวกเขาตัดสินใจขายโรนัลดินโญ่ออกจากทีม และกลายเป็นยุคที่มีลิโอเนล เมสซี่เป็นดาวเด่นแทน

นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแดนกลางของทีมด้วย โดยเป็ป กวาดิโอล่าดันเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลางตัวตัดเกมดาวรุ่งก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ และกลายเป็นตัวจริงของทีมทันที ซึ่งทำให้บาร์เซโลน่าในตอนนั้นมี 3 ประสานในแดนกลางเป็น 3 นักเตะที่เติมโตมาจากศูนย์ฝึกฟุตบอลลา มาเซียทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็นบุสเก็ตส์ ชาบี เอร์นานเดส และอันเดรส อิเนสต้า ซึ่งพวกเขาเล่นกันได้อย่างกลมกลืน และไหล่ลื่นมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บาร์เซโลน่ากลายเป็นยอดทีมในเวลานั้นด้วย

ซึ่งทีมก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในช่วง 4 ปีที่เป็ป กวาดิโอล่าคุมทีม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลา ลีก้าสเปน 3 สมัย และยังรวมไปถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 2 สมัยด้วย โดยพวกเขาเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมแกร่งจากอังกฤษได้ถึง 2 ครั้งในรอบ 3 ปี

Andres Iniesta
Andres Iniesta

ไม่ใช่เพียงแค่ประสบความสำเร็จกับบาร์เซโลน่าเท่านั้น เพราะหลังจากปี 2008 ก็เป็นยุคทองของ ทีมชาติสเปน ที่พวกเขาก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ของวงการฟุตบอลได้ถึง 3 รายการติดต่อกัน เริ่มจากฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปี 2008 และฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งอิเนสต้าเป็นผู้ทำประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศที่เอาชนะทีมชาติฮอลแลนด์ได้สำเร็จด้วย และยังรวมถึงฟุตบอลยูโร 2012 ที่สเปนก็ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ซึ่งอิเนสต้าเป็นตัวจริงให้กับทีมชาติสเปนทุกทัวร์นาเม้นต์ในตอนนั้น

ซึ่งเขาเล่นให้กับบาร์เซโลน่ามาจนถึงปี 2018 ก็ตัดสินใจอำลาทีมไปค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นกับ ทีมวิสเซล โกเบ ทีมในศึก เจลีก ซึ่งแม้ว่าเขาจะอายุมากขึ้น แต่ก็ยังทำผลงานได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในลีกระดับสูงของเอเชีย ซึ่งเขายังเอาตัวรอดได้อย่างสบาย